รับรื้อถอนอาคารทุบตึก รื้อถอนอาคาร รื้อบ้านฟรี
Website Banner

การยกตัวอย่างโดยใช้อาคารพาณิชย์สูง  ถือว่าเป็นอาคารส่วนใหญ่ที่ได้รับการรื้อถอน จะเห็นได้จากโครงการสาธารณูปโภคต่างๆเช่น ทางด่วน ทางวงแหวนรอบนอก โครงการรถไฟฟ้ามหานคร แต่ละโครงการจะมีการเวนคืนอาคารพาณิชย์ขนาดความ สูงส่วนมากไม่เกิน 4 ชั้นเป็นหลักหมื่นห้อง ถึงแม้จะตัวเลขไม่ชัดเจนแต่ชี้ให้เห็นว่าเป็นปริมาณที่มีจำนวนมากมาย และคงยังเป็นอาคารที่ต้องรื้อถอนส่วนใหญ่อีกนานหลายสิบปี โดยทั่วไปจะมีลำดับขั้นตอนการรื้อถอนอาคารที่ปลอดภัยดังต่อไปนี้
   1.
      สร้างรั้ว กันช้อน กันวัสดุตกหล่น
   2.
      คลุมอาคารป้องกันฝุ่นฟุ้งกระจาย
   3.
      รื้อวัสดุแขวนลอยภายนอกและภาย ในอาคาร
   4.
      รื้อครีบภายนอกทั้งหมด
   5.
      รื้อพื้นกันสาดภายนอกให้เหลือ คานและเหล็กพื้นไว้
   6.
      รื้อหน้าต่าง ประตู ผนังกันห้องและฝ้าเพดานที่ทำจากไม้
   7.
      รื้อเฟอร์นิเจอร์ สุขภัณฑ์ที่นำกับมาใช้ได้
   8.
      รื้อพื้นทั้งหมดจากพื้นชั้นลอย ขึ้นไปจนถึงชั้นดาดฟ้า ( คงเหล็กไว้ )
   9.
      รื้อผนังก่ออิฐฉาบปูนชั้น 4 ทั้งหมด สำหรับผนังภายนอกและ parapet ชั้นดาดฟ้าต้องรื้อด้วยความระมัดระวัง
  10.
      รื้อถอนคานและเสาภายในชั้น 4 ( ตัดเหล็กพื้น คาน เสา )
  11.
      รื้อถอนคานและเสาภายนอก ( รอบนอก ) พร้อมกันที่ละด้าน โดยยึดรั้งพับเข้าภายในอาคาร (ด้านที่ติดถนนหรือมีการสัญจร ให้รื้อใน ลำดับหลัง และด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษเช่น ขณะพับล้มคาน เสา ควรปิดถนนประมาณ 5 นาที )
  12.
      รื้อถอนชั้น 3 ตามข้อ 9 ถึง 11.
  13.
      โครงสร้างที่เหลือถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย ให้พิจารณารื้อถอนตามความเหมาะสม
จากขั้นตอนดังกล่าวจะเห็นว่าเหลือโครงสร้างอยู่อีกสองชั้นในข้อ 13 ถึงขั้นตอนนี้ปกติจะเริ่มใช้เครื่องจักรเข้าทำงาน โดยทั่วไปจะใช้ backhoe pc 200 รื้อถอนคาน และเสาที่เหลือสลับกับการขนย้ายเศษขยะ ขี้ปูนออกนอกพื้นที่ในเวลากลางคืน จนกระทั้งขุดรื้อฐานรากออกปรับพื้นที่ให้เรียบร้อย ถึงขั้นตอนนี้ก็ถือว่าจบขบวนการรื้อถอนเตรียมส่งมอบงานได้ www.chaladconstruction.com 
ถึงอย่างไรก็ตาม ขั้นตอนที่ถูกต้องไม่ได้หมายความว่าให้ความปลอดภัยได้ 100 % ยังต้องมีมาตรการความปลอดภัยอื่นๆ เข้ามาประกอบมากมายเช่น อุปกรณ์การรื้อถอนต้อง มีมากพอและพร้อมใช้งาน ความสามารถประสบการณ์ของแรงงานหรือผู้ประกอบอาชีพรื้อถอน อีกอย่างหนึ่งการรื้อถอนอาคารนับเป็นอาชีพที่เสี่ยงอันตรายที่สุด สุขภาพร่างกายของผู้ทำงานต้องพร้อมเสมอ 100 % นอกจากที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดเวลาและค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม จะมีส่วนช่วยส่งเสริมความปลอดภัยให้กับขั้นตอนดังกล่าวให้ดำเนินไปอย่างราบ รื่น โดยไม่เกิดปัญหาในแต่ ละขั้นตอน ดังนั้นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรร่วมมือกัน
วิธีการรื้อถอนอาคารที่ไม่ปลอดภัย http://www.chaladconstruction.com/Default.aspx?pageid=1
การรื้อถอนอาคารเริ่มได้รับความสนใจจากประชาชน วงการวิศวกรรมการก่อสร้าง หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง อันเนื่องมาจากการรื้อถอนอาคารที่ ไม่ปลอดภัยแล้วเกิดเป็นข่าวเช่น รื้อถอนแล้วเกิดอาคารถล่มลงมาทับคนตาย ชิ้นส่วนของอาคารตกใส่นักศึกษาเป็นต้น ก็จะทำให้สังคมหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเริ่มเข้ามาสนใจปัญหาที่เกิดขึ้น เริ่มมีการหา แนวทางมาตรการความปลอดภัยต่างๆมาใช้ ซึ่งเป็นความรวมมื้อซึ่งกันและกันของทุกฝ่าย ที่ผ่านมาถือเป็นบทเรียนที่ผู้เกี่ยวข้องจะต้องนำไปพิจารณา เพื่อลดอุบัติเหตุให้เหลือน้อยที่สุด ตลอดจนช่วยกันเป็นหูเป็นตาคอยปรับปรุงวิธีการรื้อถอนอาคารที่ ปลอดภัยให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
ข้อมูลที่ได้รับจากบริษัทที่ประกอบอาชีพการรื้อถอนอาคาร ที่กล่าวถึงเรื่องความปลอดภัยพอจะสรุปได้ว่า ขั้นตอนและการวางแผนการรื้อถอนที่ดี จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทุกคนต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมเป็นหลัก ที่สำคัญที่สุดต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย ปฏิบัติงานทุกอย่างด้วยความจริงใจทั้งหมดถือว่าเป็นมาตรการเพื่อความปลอดภัย สูงสุด
ในทางปฏิบัติการรื้อถอนอาคาร จะไม่ได้รับความสำคัญขนาดนั้น ปัญหาคือข้อจำกัดทางเวลาและค่าใช้จ่าย ทั้งสองอย่างทำให้ผู้เกี่ยวข้องพยายามหลีกเลี่ยง หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ถ้าเริ่มต้นด้วยวิธีการดังกล่าว การคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมคงเป็น เรื่องยาก พฤติกรรมชอบเสี่ยงก็คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งหมดนี้เป็นที่มาของวิธีการรื้อถอนอาคารที่ ไม่ปลอดภัย หรือเป็นวิธีการรื้อถอนที่มีความเสี่ยงสูง
ตัวอย่างจะเห็นได้จากรูปภาพ เหตุที่เป็นดังนั้นเนื่องมาจากข้อจำกัดทางด้านเวลาและค่าใช้จ่าย ทำให้ไม่สามารถที่จะดำเนินการตามขั้นตอนความปลอดภัยได้ หรือทำได้ไม่ครบทุกขั้นตอน ดังนั้นวิธีการรื้อถอนอาคารจากรูป จึงต้องใช้ backhoe pc 200 โค่นล้มตึกในคราวเดียว สิ่งที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นั่นก็คือผลกระทบข้างเคียง รูปภาพที่เห็นเป็นการโค่นล้มตึกจากบริษัทที่มีประสบการณ์เครื่องจักรพร้อม ที่จะเข้าไปรุม แต่ถึงอย่างไรก็ตามในสถานที่ชุมชนวิธีการดังกล่าวควรเป็นทางเลือกสุด ท้าย
จะเห็นได้ว่าปัญหาที่สำคัญคือ ผู้ประกอบอาชีพการรื้อถอนอาคาร มีความเข้าใจขบวนการต่างๆทางกฎหมาย คำนึงถึงผลกระทบทางสังคมหรือไม่ขนาดไหน ผู้เกี่ยวข้องเช่น ผู้ว่าจ้าง ผู้ควบคุมงาน ตัวแทนผู้ว่าจ้าง มีความยอมรับทางด้านกฎหมาย คำนึงถึงผลกระทบทางสังคมมากน้อยขนาดไหนด้วย ถ้าทั้งสองฝ่ายผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างหันหน้าเข้าหากัน มองเห็นเรื่องดังกล่าวว่าเป็นเรื่องธรรมดา ( ซึ่งในความเป็นจริงเป็นเรื่องง่ายและธรรมดามากๆ )ปฏิบัติหน้าที่กันด้วยความร่วมมือ ก็เท่ากับส่งเสริมมาตรการความปลอดภัยให้กับการรื้อถอน ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับสังคมส่วนรวม และสนับสนุนอาชีพการรื้อถอนอาคารให้เป็นที่ยอมรับ ในสังคมไทย
ความร่วมมือ เพื่อความปลอดภัย
ในหัวข้อนี้เป็นการเน้นย้ำ ถึงความร่วมมือเพื่อความปลอดภัย เกี่ยวกับการรื้อถอนอาคารของบุคคลทุกๆฝ่ายที่ เกี่ยวข้อง ความหมายที่แท้จริงของผู้ที่เกี่ยวข้องในหัวข้อนี้คือ รวมถึงประชาชนทุกคน เพราะถือว่าทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ถ้าสังคมได้รับผลกระทบเรื่องใดเรื่องหนึ่งเช่น จากมลภาวะที่เกิดจากฝุ่นของการรื้อถอนอาคาร ก็เท่ากับมีผลกระทบกับทุกคนด้วย
ในกรณีของประชาชนที่ไม่ใช่ผู้เกี่ยวข้องโดยตรง อาจจะเรียนรู้ที่จะให้ความร่วมมือในมาตรการของความปลอดภัยเล็กๆน้อยๆเช่น ปฏิบัติตามคำแนะนำเมื่อเข้าไปในสถานที่ก่อสร้างหรือในสถานที่ที่มีการรื้อถอนอาคาร หรือหยุดการสัญจร ทันทีที่มีการขอ ความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงาน การรื้อถอนอาคารเป็นงานค่อนข้างเสี่ยง อันตราย ควรหลีกเลี่ยงหรือระมัดระวังเมื่อจำเป็นต้องอยู่ใกล้ หากมีความจำเป็นควรให้ความร่วมมือเมื่อได้รับสัญญาณ ฉุกเฉินต่างๆ เป็นต้น
สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงได้เคยกล่าวมาบ้างแล้ว ในหัวข้อนี้จะกล่าวถึงผู้ใกล้ชิดและมีส่วนร่วมผลักดันให้งานเดินไปได้ด้วย ความปลอดภัย นอกจากผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างแล้ว ยังมีส่วนราชการที่ถือว่าต้องให้ความร่วมมือ ตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละฝ่าย โดยไม่รอให้เกิดปัญหาแล้วจึงค่อยออกมาแสดงความคิดเห็น เช่น การก่อ สร้างหรือรื้อถอนด้าน ที่ติดกับสถานที่สาธารณะต้องมีมาตรการทางกฎหมายที่ชัดเจนให้ความปลอดภัยที่ แท้จริง ไม่ควรให้เอกชนทำแบบเข้าไปให้พิจารณาถึงแม้จะมีการรับรองโดยวิศวกร หรืออาคารใด ที่มีการขอ อนุญาตรื้อถอนอาคารควร มีข้อกฎหมาย ข้อบังคับ ให้ถือว่าเป็นเขตอันตรายห้ามเข้าหรือทำธุรกิจใดๆ และควรมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบอย่างเข้มงวด ตลอดจนควรมีพัฒนาการแนวคิดด้านความปลอดภัยใหม่ๆอยู่เสมอ
กรณีผู้รื้อถอนกับผู้ควบคุมในส่วนของผู้ ว่าจ้าง มีข้อสังเกตว่าถ้าผู้ว่าจ้างไม่ได้จ้างคนงานเข้ามารื้อถอนด้วยตนเอง แต่ให้ผู้รับเหมารื้อถอนอาคารมาเป็นผู้รื้อถอนให้ พื้นที่การรื้อถอนอาคารควรอยู่ในความรับผิดชอบ ของผู้รับเหมารื้อถอนอาคาร หลังจากส่งมอบพื้นที่ให้เข้าดำเนินการ ซึ่งควรถือว่าเป็นเขตอันตรายห้ามเข้า ความหมายคือรวมถึงผู้ว่าจ้างและคนของผู้ว่าจ้างด้วย การเข้าพื้นที่แต่ละ ครั้งควรได้รับความเห็นชอบจากผู้รื้อถอน นี้เป็นมาตรการความปลอดภัยอย่างหนึ่ง ข้อมูลจากบริษัทรื้อถอนอาคาร การควบคุมงานอย่างใกล้ชิด การส่งเสียงที่ผิดปกติจากที่คน งานเคยชิน อาจนำมาซึ่งความสับสนเป็นเหตุให้เกิดอันตราย การที่ผู้ควบคุมงานหรือ เจ้าหน้าของผู้ว่าจ้างที่เดินตามหัวหน้างานของผู้รื้อถอน ขณะอยู่ในช่วงเวลาปฏิบัติการรื้อถอน ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำ การตรวจ ความก้าวหน้าของงานหรืออื่นๆ ควรอยู่ในช่วงเวลาที่ไม่มีการปฏิบัติงานรื้อถอนและ อยู่ในความดูแลของผู้รับเหมารื้อถอนอาคาร
ที่กล่าวมาบางเรื่องหรือทุกเรื่องอาจจะเข้าใจลำบากสำหรับผู้ที่ไม่ได้ใกล้ ชิด ถึงแม้ว่าจะอยู่ในวงการก่อสร้าง งานรื้อถอนขนาดใหญ่ก็ใช่ว่าจะพบกัน บ่อยนัก ที่สำคัญอยากจะให้พิจารณาว่าการรื้อถอนอาคารเป็นงานที่เสี่ยงอันตราย มากๆ ถึงแม้จะมีมาตรการความปลอดภัย แต่ไม่รับรองความปลอดภัยได้เสมอ สิ่งเดียวที่ควรทำสำหรับทุกคน ใกล้มันเท่าที่จำเป็นและไกลมันให้มากที่สุด ถ้าทุกคนตระหนักถึงอันตรายจากการรื้อถอนด้วยความเข้าใจอย่างแท้จริง ความร่วมมือเพื่อความปลอดภัยก็คงได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งๆขึ้นไป ที่สำคัญองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับวงการก่อสร้างควรเป็นแกนนำ ในการให้ ข้อมูลการศึกษา อบรมด้านความปลอดภัยอย่างเป็นเรื่องเป็นราว รวมถึงส่วนราชการก็ควรให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นเดียวกัน
อนาคตการรื้อถอนอาคารใน ประเทศไทย
ตามที่กล่าวในบทนำการรื้อถอนอาคารใน ประเทศไทย เป็นการรื้อถอนอาคารที่ไม่ใหญ่โตมาก ทั้งหมดเกือบ 100 % เป็นอาคารสูงไม่เกิน 4 ชั้น ซึ่งจะเป็นอย่างนี้ไปอีกนาน แต่ในขณะเดียวกันจะมีสัดส่วนการรื้อถอนอาคารสูงเพิ่มขึ้นตลอด เวลาในอนาคต จนกระทั้งการรื้อถอนอาคารสูงจะเป็นเรื่องปกติธรรมดา ของวิศวกรรมการก่อ สร้างเมืองไทย ถ้าดูจากคาบเวลาอย่างน้อยอีกประมาณ 20 ปี นับจากปี พ.ศ. 2548 เพราะน่าจะมีอาคารสูงจำนวนไม่น้อยมีอายุ 40-50 ปี ซึ่งถือว่าคุ้มทุนแล้วและยากที่จะปรับปรุงอีกต่อไป การรื้อถอนออกแล้วสร้างใหม่อาจให้ผล ประโยชน์ที่น่าสนใจกว่า ปัญหามีอยู่ว่าถึงวันนั้นการรื้อถอนอาคารจะพัฒนาไปอย่างไร
จากอดีตจนกระทั้งถึงปัจจุบันการรื้อถอนอาคารของไทย ผู้ที่ประกอบอาชีพนี้ยังถือว่าไม่ได้พัฒนาวิธีการที่ใช้รื้อถอนกันมากนัก เพราะเนื่องจากการรื้อถอนอาคารส่วนใหญ่ เป็นอาคารที่ยังมีความสูงไม่มาก หรือเป็นอาคารโรง งาน อาคารอเนกประสงค์ สะพาน ถนน สนามบิน ทั้งหมดอาจจะมีความใหญ่ในแนวราบ ดังนั้นเทคโนโลยีที่ใช้รื้อถอนไม่ เกินไปกว่าการใช้ เครื่องจักรประเภท backhoe ติดหัวเจาะทำลายคอนกรีต วิธีการดังกล่าวยังเป็นข้อจำกัดในการรื้อถอนอาคารสูง หรืออาคารขนาด ใหญ่ โดยเฉพาะอาคารดังกล่าวตั้งอยู่กลางเมือง ซึ่งต้องระมัดระวังเรื่องผลกระทบกับประชาชน สิ่งแวดล้อมและสังคม รวมถึงอันตรายที่เกิดจากอุบัติเหตุความผิดพลาด
ในอนาคตผู้ประกอบอาชีพการรื้อถอนอาคารจะต้องพัฒนา ศักยภาพ ขีดความสามารถด้านการรื้อถอนให้มากกว่าที่เป็นอยู่ รวมทั้งการบริหาร จัดการให้เทียบเท่ากับบริษัทก่อสร้างที่ได้มาตรฐานอยู่ในขณะนี้ กล่าวคือการรื้อถอนต้อง ใช้ความสามารถที่หลากหลายเช่น เพิ่มความสามารถทางด้านการตัด เจาะ การยก การขน ย้าย การใช้วิธี implosion และการใช้วิธี non explosion เป็นต้น งานทั้งหมดที่กล่าวต้องสามารถทำได้ด้วยบริษัทที่ทำงานทางด้านรื้อถอนเอง เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย ต้นทุนในการเสนอราคาจะได้ถูกลงคืออยู่ ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ซึ่งทั้งหมดก็ต้องการการบริหารจัดการที่ดีอย่างมี ประสิทธิภาพด้วย
บทส่งท้าย
ตามที่ได้กล่าวมาทั้งหมดจะ เห็นได้ว่า วิธีการรื้อถอนอาคารที่ปลอดภัย ขึ้นอยู่กับสองประเด็นสำคัญคือ ขั้นตอนที่ถูกต้องกับความร่วมมือของผู้ที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนการทำงาน ที่ถูกต้องเหมาะสมจะช่วยป้องกันลดปัญหาการเกิดความผิดพลาด ประกอบกับมาตรการป้องกันความปลอดภัยที่เข้มงวด ก็จะช่วยลดปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในปัจจุบันเริ่มมีการรื้อถอนอาคารขนาดใหญ่ ที่มีการออก แบบและการก่อ สร้างที่ได้มาตรฐาน ในทางกลับกันการรื้อถอนอาคารก็ไม่ควรจะต่างจากกันมาก ผู้ประกอบอาชีพการรื้อถอนควรจะ ต้องคำนึงถึงหลักการทางด้านวิศวกรรม ควรมีวิศวกรคอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของโครงสร้างขณะทำการรื้อถอน ที่สำคัญประการสุดท้ายส่วนราชการต้องชัดเจนทางด้านกฎหมาย กฎระเบียบ ควรมีมาตรฐานเดียวไม่เลือกปฏิบัติ
หากทุกฝ่ายให้ความร่วมมือด้วยความจริงใจ อุบัติเหตุที่จะเกิดจากการรื้อถอนอาคารก็จะลดน้อยลง อาชีพการรื้อถอนตลอดจนวงการวิศวกรรมประเทศ ไทยจะเป็นที่ยอมรับมากขึ้น
Current Pageid = 4